เงินเฟ้อสหรัฐฯ ตามคาด ลุ้นดอกเบี้ย Fed ปี 2026

กดฟัง
หยุด
  • เงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. 68 ประกาศออกมาตามที่ตลาดคาด เพิ่มความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 หากข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ ยังอ่อนแรงต่อเนื่อง
  • อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเงินเฟ้อที่ประกาศรอบนี้ อาจยังมีข้อจำกัดด้านคุณภาพหรือการนำไปใช้อยู่ เนื่องจากความไม่ต่อเนื่องของการเก็บข้อมูลในช่วงก่อนหน้า จาก Government shutdown
  • K WEALTH แนะนำทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี กระจายการลงทุนทั่วโลก ผ่านกองทุน K-GSELECT หรือหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย K-ATECH ที่ Valuation ยังน่าสนใจกว่าสหรัฐฯ และยังคงแนะนำกระจายการลงทุนผ่านกองทุนรวมผสม

อัปเดตสถานการณ์

  • ดัชนีเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ของสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. 68 เพิ่มขึ้น 2.7% YoY ใกล้เคียงกับระดับเดือน พ.ย.
  • ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ของสหรัฐฯ เดือน ธ.ค. 68 ซึ่งเงินเฟ้อที่ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน เพิ่มขึ้น 2.6% YoY ซึ่งยังอยู่ใกล้ระดับเมื่อเดือนก่อน และสะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อเชิงโครงสร้างที่ยังไม่แรงมากนักในภาพรวม
  • เงินเฟ้อชะลอลงจากหลายหมวด ทั้งสินค้าและบริการ ขณะที่แรงส่งจากพลังงานและต้นทุนบางส่วนลดลง

อย่างไรก็ตาม รายงาน CPI รอบนี้ยังมี ข้อจำกัดด้านคุณภาพข้อมูลบางส่วน จากความไม่ต่อเนื่องของการเก็บข้อมูลในช่วงก่อนหน้า จาก Government shutdown ทำให้ยังต้องติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันแนวโน้มเงินเฟ้อระยะถัดไป


ดัชนีที่เกี่ยวข้อง (ณ 13 ม.ค. 69) เทียบกับวันก่อนหน้า
  • Dow Jones -0.80%
  • S&P 500 -0.19%
  • Nasdaq -0.18%

มุมมองตลาด

  • มองเงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวขึ้นก็จริง แต่ก็ยังไม่ลดเร็วพอให้ Fed รีบลดดอกเบี้ย
  • มองความคาดหวังต่อการ ลดดอกเบี้ยของ Fed ในปี 2569 อาจมีเพิ่มขึ้นได้ หากข้อมูลเศรษฐกิจอื่นๆ อย่าง ตลาดแรงงาน การใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังอ่อนแรงต่อเนื่อง
  • อย่างไรก็ตาม Fed ยังคงให้น้ำหนักกับ Core PCE (ดัชนีราคาจากรายจ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล) มากกว่า CPI ทำให้ทิศทางดอกเบี้ยยังขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจในระยะถัดไปเป็นสำคัญ

ปัจจัยหลักที่ต้องติดตาม

  • ตัวเลข Core PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อหลักของ Fed
  • ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เช่น Nonfarm Payrolls และอัตราว่างงาน
  • ความเสี่ยงจาก มาตรการภาษีนำเข้า (Tariffs) ที่อาจสร้างแรงกดดันด้านราคาสินค้าในอนาคต

คำแนะนำจาก K WEALTH

  • ทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดี กระจายการลงทุนทั่วโลก ผ่านกองทุน K-GSELECT หรือหุ้นเทคโนโลยีเอเชีย K-ATECH ที่ Valuation ยังน่าสนใจกว่าสหรัฐฯ
  • Yield พันธบัตรยังอยู่ในระดับสูง และแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ ยังคงเป็นขาลงแนะนำสะสมกองทุน K-GDBOND ซึ่งลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก
  • ยังคงแนะนำให้มีการกระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย เช่น ทยอยลงทุนกองทุนแนะนำที่กล่าวไปข้างต้น หรือเลือกกระจายเงินลงทุนด้วยการทยอยลงทุนกองทุนผสม อย่าง K-WEALTHPLUS Series เช่น K-WPBALANCED K-WPSPEEDUP ได้

หมายเหตุ:
  • ความเสี่ยงกองทุนระดับ 5 ได้แก่ K-GDBOND-A(A), K-WPSPEEDUP, K-WPBALANCED ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 ได้แก่ K-GSELECT, K-ATECH
  • นโยบายป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP, K-GSELECT, K-ATECH, K-GDBOND-A(A)
  • ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน (ตัวอย่างเช่น ระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืน T+6 หมายถึง จะได้รับเงินค่าขายคืน 6 วันทำการถัดจากวันที่ทำรายการ (T+6) เช่น ขายคืนวันจันทร์ จะได้รับเงินค่าขายคืนวันอังคารของสัปดาห์ถัดไป (กรณีไม่มีวันหยุดอื่น นอกจากเสาร์-อาทิตย์)) โดย T+2 ได้แก่ K-GDBOND-A(A) T+3 ได้แก่ K-GSELECT T+4 ได้แก่ K-ATECH T+6 ได้แก่ K-WPBALANCED, K-WPSPEEDUP



คำเตือน

Disclaimer: “ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน”, “ทำความเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและผลกระทบหากทำผิดเงื่อนไขก่อนตัดสินใจลงทุน”

ผู้เขียน

CIO Office at K WEALTH

Back to top